Press ข่าววันนี้ 11 เมษายน 2569
- วันเผยแพร่
- ฮิต: 56

กรมสุขภาพจิต ชวนประชาชนกลับบ้านสุขใจ ปลอดภัยทุกก้าวด้วย “สติ สตาร์ท สตอป”
วันนี้ (11 เมษายน 2569) กรมสุขภาพจิต ชวนประชาชนวางแผนและเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมปฏิบัติตามหลัก “สติ สตาร์ท สตอป” เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ
พร้อมขอให้ประชาชนส่งต่อความห่วงใยในครอบครัว เพื่อนฝูง และสังคม เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัย อบอุ่น และเต็มไปด้วยความสุขสำหรับทุกคน
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ประชาชนจำนวนมากเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพบปะครอบครัว ญาติพี่น้อง และบุคคลอันเป็นที่รัก นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข
ความอบอุ่น และความคาดหวังในการได้ใช้เวลาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์โลกที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอน ในปัจจุบัน อาจส่งผลต่อความรู้สึกไม่มั่นคงและความเครียดของประชาชนบางส่วน ประกอบกับปัจจัยภายในประเทศ อาทิ ความกังวลจากการวางแผนการเดินทาง ความแออัดของการจราจร และความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิตขอเชิญชวนประชาชนใช้ช่วงเวลาก่อนการเดินทางในการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดการเสพข่าวสารที่ก่อให้เกิดความเครียดเกินจำเป็น และคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสำคัญ เพื่อให้การเดินทางปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ กรมสุขภาพจิตขอแนะนำแนวทางปฏิบัติ “สติ สตาร์ท สตอป” ซึ่งเป็นหลักง่าย ๆ ที่ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้ 1. สติ มีความรู้ตัวและระมัดระวังตนเองตลอดเวลา รักษาความตั้งใจและความระมัดระวังแม้เพียงเสี้ยววินาที เพื่อลดความเสี่ยงจากความประมาท เน้นการระงับอารมณ์ ที่จะทำให้เกิดความรุนแรงหรือประมาท 2. สตาร์ท เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง ตรวจสอบสภาพรถยนต์หรือยานพาหนะ ตรวจสอบร่างกายและสภาพจิตใจของผู้ขับขี่ รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้การเดินทางปลอดภัย และ 3. สตอป หยุดพฤติกรรมเสี่ยง งดขับรถเมื่อเหนื่อหรือมีอาการง่วงนอนงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างขับรถ และงดใช้โทรศัพท์มือถือหรือสิ่งรบกวนสายตาอื่น ๆ ขณะขับขี่ ทั้งนี้ การปฏิบัติตามหลัก “สติ สตาร์ท สตอป” นอกจากช่วยให้การเดินทางปลอดภัยแล้ว ยังช่วยลดความเครียดและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้ทุกการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งต่อความห่วงใยด้วยการเตือนกันในครอบครัว เพื่อนฝูง และสังคม เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัย อบอุ่น และเต็มไปด้วยความสุขสำหรับทุกคน
นายแพทย์จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของแนวทางในการปฏิบัติตนเพื่อรักษาความปลอดภัยทางสุขภาพจิตและลดความเสี่ยงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้วันหยุดยาวนี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง นอกจากการมีสติแล้ว การดูแลพิเศษสำหรับผู้ป่วยจิตเวช สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวชร่วมเดินทางหรือเฉลิมฉลองด้วยก็เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม โดยขอให้เน้นย้ำความปลอดภัย 3 ด้าน 1. เตรียมยาให้พร้อม ตรวจเช็กปริมาณยาให้เพียงพอตลอดวันหยุด และรับประทานยาอย่างต่อเนื่องห้ามขาดยา 2. พักผ่อนให้เพียงพอ การเดินทางไกลหรือกิจกรรมที่เหนื่อยล้าเกินไปอาจกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ 3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ป่วยจิตเวชต้องหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกชนิด สงกรานต์คือการสร้างความผูกพัน ท้ายที่สุดเป้าหมายของการเดินทางกลับภูมิลำเนา คือการกลับไปพบปะคนที่รักและเติมกำลังใจให้แก่กัน การกลับบ้านในวันสงกรานต์คือการกลับไปหาความรัก ไปสร้างความผูกพันกับครอบครัวและผู้มีพระคุณ เราควรใช้โอกาสนี้ในการพูดคุย รับฟัง และดูแลใจกันให้มากที่สุด
หากประชาชนพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีความเครียด วิตกกังวล หรือมีอาการกังวลเกินปกติระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ การพูดคุยและเตือนกันในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือชุมชน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยและความอบอุ่นทางใจให้ทุกคน
********************
11 เมษายน 2569

