Press ข่าววันนี้ 2 เมษายน 2569
- วันเผยแพร่
- ฮิต: 105

กรมสุขภาพจิต รณรงค์หยุด Cyberbullying ชี้ผลกระทบรุนแรงทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ ย้ำใช้สื่อออนไลน์อย่างรับผิดชอบ
วันนี้ (2 เมษายน 2569) กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ขอความร่วมมือให้ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ตระหนักถึงความรุนแรงของการคุกคามและกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะทางจิต พร้อมแนะแนวทางการรับมือและเยียวยาเพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัย
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การคุกคามทางออนไลน์หรือ Cyberbullying เป็นพฤติกรรมที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบัน โดยมีลักษณะของการล้อเลียน ดูหมิ่น คุกคามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำภาพหรือคลิปไปเผยแพร่ในลักษณะเยาะเย้ย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ โดยผู้ถูกกระทำมักเผชิญกับพฤติกรรมหลายรูปแบบ ทั้งการได้รับข้อความคุกคาม การถูกติดตามรบกวนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และการถูกเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างความอับอายหรือกระทบต่อชื่อเสียง การกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำและมุ่งเป้าต่อบุคคลเช่นนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความรู้สึกปลอดภัยและคุณค่าในตนเอง อาจก่อให้เกิดความเครียด วิตกกังวล ความรู้สึกโดดเดี่ยว สูญเสียความมั่นใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว รวมถึงส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การหลีกเลี่ยงสังคม การลดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และความไม่กล้าแสดงออกในพื้นที่สาธารณะ โดยในบางกรณีอาจรุนแรงจนพัฒนาเป็นปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะเครียด วิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรืออาจนำไปสู่การทำร้ายตนเองได้
นายแพทย์จุมภฎ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การกลั่นแกล้งไม่ได้ส่งผลเสียต่อเหยื่อเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้กระทำเองก็ต้องเผชิญกับผลกระทบที่รุนแรงใน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. ด้านกฎหมาย เสี่ยงต่อการดำเนินคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทและความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ทั้งโทษจำและปรับ 2. ตราบาปดิจิทัล ข้อมูลการกระทำผิดจะคงอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตตลอดไป ซึ่งส่งผลเสียต่อประวัติการทำงานและการศึกษาในอนาคต 3. ผลกระทบทางสังคม โดยอาจจะถูกตีกลับจากสังคม และอาจถูกโดดเดี่ยว จากกลุ่มเพื่อนและบางครั้งอาจกระทบไปถึงคนใกล้ชิดหรือสมาชิกในครอบครัว 4. สุขภาพจิตและบุคลิกภาพ ผู้กระทำบ่อยครั้งมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่โรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม มีปัญหาการควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกผิดในใจระยะยาว สำหรับผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของการถูกกลั่นแกล้ง กรมสุขภาพจิตแนะนำให้ใช้หลักการ “หยุด-บล็อก-บอกต่อ” โดยการหยุด ไม่โต้ตอบด้วยความรุนแรงเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย บล็อก ปิดกั้นช่องทางการติดต่อจากผู้กระทำทันที และบอกต่อ โดยแจ้งบุคคลที่ไว้วางใจหรือผู้ปกครอง พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐาน (ภาพหน้าจอ) เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีหรือรายงานต่อแพลตฟอร์ม ในส่วนของการเยียวยาจิตใจ สำหรับคนรอบข้าง ควรรับฟังโดยไม่ตัดสินและยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดของผู้ถูกกระทำ ส่วนตัวผู้เสียหายควรทำ Digital Detox หรือพักการใช้โซเชียลมีเดียชั่วคราว หันมาทำกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจให้ตัวเอง และหากความเครียดส่งผลต่อการใช้ชีวิต ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที
ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับผลกระทบสามารถขอคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของความเครียด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดอาการรุนแรง และสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.สุขภาพจิต.com
********************
2 เมษายน 2569

