Press ข่าววันนี้ 19 พฤษภาคม 2569
- วันเผยแพร่
- ฮิต: 47

กรมสุขภาพจิต ร่วมจุฬาฯ ILO และ PMAT ขับเคลื่อน Mental Health Literacy สู่การสร้างองค์กรปลอดภัยทางใจ
วานนี้ (18 พฤษภาคม 2569) กรมสุขภาพจิต ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) จัดกิจกรรม Workshop “Mental Health Literacy for a Safe & Healthy Workplace” ณ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตและขับเคลื่อนการสร้างองค์กรที่ปลอดภัยทางใจอย่างยั่งยืน โดยอธิบดีกรมสุขภาพจิตได้มอบหมายแพทย์หญิงณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต
เป็นประธานในพิธี
นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สุขภาพจิตในที่ทำงานเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน เนื่องจากคนวัยทำงานในปัจจุบันต้องเผชิญแรงกดดันจากภาระงาน ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความเครียด ภาวะหมดไฟ และคุณภาพชีวิตของคนทำงาน กรมสุขภาพจิตจึงให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต” (Mental Health Literacy) เพื่อให้องค์กรสามารถดูแลทั้งประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาวะทางใจของบุคลากรควบคู่กันอย่างยั่งยืน
แพทย์หญิงณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตไม่ใช่เพียงการมีความรู้เกี่ยวกับสุขภาพจิตเท่านั้น แต่หมายถึงความสามารถในการเข้าใจปัญหาสุขภาพจิตอย่างถูกต้อง ไม่ตีตรา สามารถสังเกตสัญญาณความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตนเองและเพื่อนร่วมงาน รวมถึงสื่อสารและขอความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในองค์กรจากการมองปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเกื้อกูลต่อทุกคน พร้อมยืนยันว่ากรมสุขภาพจิตพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือ และการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้สุขภาพจิตในที่ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของระบบองค์กรอย่างยั่งยืน
ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวิถีชีวิต ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะของคนทำงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงมุ่งขับเคลื่อนสังคมผ่านยุทธศาสตร์ Impactful Growth และ Integrated Growth โดยเชื่อว่าการสร้างองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะควบคู่กับประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา หน่วยงานนโยบายระดับประเทศ องค์กรวิชาชีพ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา กล่าวว่า กิจกรรม Workshop “เปลี่ยนออฟฟิศให้เป็น Safe Zone ด้วย Mental Health Literacy” เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมสุขภาพจิต องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) เพื่อพัฒนาเครื่องมือและกรอบแนวคิดด้านความรอบรู้สุขภาพจิตให้พร้อมสำหรับการนำไปขยายผลในองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้สถานที่ทำงานเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจที่เอื้อต่อการดูแลกันและกันอย่างเป็นระบบ
ดร.ศิริลักษณ์ เมฆสังข์ อุปนายกรัฐกิจสัมพันธ์ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) กล่าวว่า การดูแลสุขภาพจิตในที่ทำงานถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ เพราะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของบุคลากร จะช่วยส่งเสริมทั้งประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันต่อองค์กร และความยั่งยืนในระยะยาว พร้อมย้ำว่าความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสุขภาพจิต ภาควิชาการ และภาคธุรกิจในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้แนวคิด Mental Health Literacy เกิดผลในทางปฏิบัติและขยายสู่สังคมการทำงานไทยในวงกว้างต่อไป
********************
19 พฤษภาคม 2569

