Press 060769

 

กรมสุขภาพจิตและเครือข่าย ส่งทีม MCATT ลงพื้นที่เยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุรถกระบะชนขบวนพระธุดงค์ในจังหวัดมุกดาหาร พร้อมติดตามผลอย่างใกล้ชิด
     วานนี้ (5 กรกฎาคม 2569) กรมสุขภาพจิตเร่งส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่ให้การปฐมพยาบาลทางใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รถกระบะชนขบวนพระธุดงค์ในจังหวัดมุกดาหาร เผยผลการดูแลและประเมินจิตใจผู้เกี่ยวข้องแล้วกว่า 280 ราย พร้อมเดินหน้าลงพื้นที่ดูแลครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังภาวะเครียดตกค้างหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ ตลอดจนขอความร่วมมือสังคมงดเผยแพร่ภาพความสูญเสียเพื่อป้องกันการตอกย้ำบาดแผลทางใจ พร้อมเน้นย้ำสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
     นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ความสูญเสียในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของครอบครัว ญาติมิตร ชุมชน ตลอดจนประชาชนที่รับทราบข่าวสาร กรมสุขภาพจิตจึงได้บูรณาการความร่วมมือ ส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต (MCATT) ลงพื้นที่เพื่อมอบการปฐมพยาบาลทางใจ ช่วยลดความตื่นตระหนกและคืนความสงบสู่จิตใจโดยเร็วที่สุด จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานของทีม MCATT เขตสุขภาพที่ 10 ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 10 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี และโรงพยาบาลน้ำขุ่น ณ วัดบ้านน้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ทีมงานได้เข้าไปดูแลจิตใจเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. และ อปพร. จำนวน 20 คน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มาร่วมงานอีกกว่า 150 - 200 คน ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจได้เข้าไปดูแลและพูดคุยเพื่อประเมินสภาวะจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และประชาชนที่รับรู้ข่าวสาร รวมจำนวนสะสมกว่า 280 คน ในจำนวนนี้รวมถึงการดูแลจิตใจเด็ก จำนวน 14 คน ซึ่งพบว่ามี 1 คน ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และผู้ที่มีภาวะความเครียดสะสมรวม 88 คน อย่างไรก็ตาม ด้วยการดูแลอย่างต่อเนื่อง พบว่า 77 คน มีสภาวะจิตใจที่ดีขึ้นและผ่านพ้นภาวะเสี่ยงแล้ว โดยยังคงเหลือ 11 คน ที่ทีมงานจะดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป และอีก 6 คน อยู่ระหว่างการติดตามผล ที่สำคัญคือไม่พบผู้ที่มีความเสี่ยงในการทำร้ายตนเอง ทั้งนี้ มีผู้ที่ได้รับการดูแลเชิงลึกและส่งต่อพบแพทย์เพื่อรับยาช่วยเหลือ จำนวนสะสม 12 คน
    นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การเยียวยาจิตใจต้องใช้เวลาและต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะความเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) โดยในวันที่ 6 กรกฎาคม เป็นต้นไป กรมสุขภาพจิตได้เตรียมทีมผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร เพื่อขยายการดูแลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งการเข้าเยี่ยมประเมินอาการพระภิกษุสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลมุกดาหาร การลงพื้นที่ดูแลขวัญกำลังใจชาวชุมชนหมู่บ้านสีนวล รวมถึงการส่งนักจิตวิทยาคลินิกเข้าพูดคุยประคับประคองจิตใจครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งผู้ที่ต้องการการดูแลด้านจิตใจเช่นกัน ในวิกฤตการณ์เช่นนี้ ความเข้าใจและการสื่อสารเชิงบวก คือยารักษาใจที่ดีที่สุด กรมสุขภาพจิตขอความร่วมมือสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชน ร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ด้วยการงดส่งต่อหรือเผยแพร่ภาพเหตุการณ์รุนแรง ภาพความสูญเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการตอกย้ำบาดแผลทางใจแก่ผู้ประสบเหตุและครอบครัว
      หากประชาชนท่านใดที่รับทราบข่าวสารแล้วรู้สึกเศร้า เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือมีความไม่สบายใจหลังเผชิญเหตุการณ์ รับคำแนะนำได้ฟรีที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.สุขภาพจิต.com กรมสุขภาพจิตพร้อมรับฟังและโอบกอดทุกความรู้สึก เพื่อให้เราทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน
********************
6 กรกฎาคม 2569

Ribbon