IMG 4542

กรมสุขภาพจิต ร่วม สพฐ. จัดประชุมทางไกลยกระดับการดูแลใจครูแนะแนว ครูที่ปรึกษา สู่การปฐมพยาบาลทางใจ และการให้การปรึกษานักเรียน
      วานนี้ (20 สิงหาคม 2569) กรมสุขภาพจิต ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมยกระดับการดูแลใจครูแนะแนว ครูที่ปรึกษาสู่การปฐมพยาบาลทางใจ และการให้การปรึกษานักเรียน เพื่อเสริมความรู้และทักษะให้แก่ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้รับผิดชอบงานแนะแนว ในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของครูและนักเรียน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมพลังใจและเสริมทักษะการปฐมพยาบาลทางใจในช่วงที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียน และมุ่งสร้างสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางกายและทางใจ
       นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพจิตและการดูแล
สุขภาวะของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพและสามารถให้ความช่วยเหลือนักเรียนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาศักยภาพครูแนะแนวและครูที่ปรึกษาให้มีความรู้และทักษะด้านการปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid หรือ PFA) การรับฟังอย่างเข้าใจ การสร้างสัมพันธภาพที่เหมาะสมกับนักเรียน และการให้การปรึกษาเบื้องต้น เพื่อให้ครูสามารถสังเกตและประเมินความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม อารมณ์ และสังคมของนักเรียน ตลอดจนให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นและเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจิตหรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น รวมทั้งส่งเสริมการป้องกันและจัดการปัญหาการกลั่นแกล้งรังแก (Bullying) ทั้งทางร่างกาย วาจา การกีดกันทางสังคม และทางออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและนำไปสู่บาดแผลทางใจได้ โดยหัวใจสำคัญของการปฐมพยาบาลทางใจ คือ การช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเกิดความรู้สึกปลอดภัย สงบ สามารถเชื่อมโยงกับบุคคลรอบข้าง และกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด ทั้งนี้ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสุขภาวะของครูและผู้ให้การช่วยเหลือควบคู่กัน เพื่อให้ครูมีความพร้อมในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน นอกจากนี้ ระบบ HERO OBEC Care ถือเป็นกลไกสำคัญในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยครูสามารถคัดกรองนักเรียนที่มีความเสี่ยงด้านพฤติกรรม อารมณ์ และสังคม ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และนำเข้าสู่กระบวนการดูแล ช่วยเหลือ ส่งต่อ และติดตามผลอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการส่งเสริมบรรยากาศในห้องเรียนที่เป็นมิตร เปิดพื้นที่ให้นักเรียนสามารถสื่อสารและขอความช่วยเหลือได้โดยไม่ถูกตีตรา เพื่อร่วมกันสร้างโรงเรียนที่ปลอดภัยทั้งกายและใจ
        ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาและสังคมในช่วงที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาวะและสุขภาพจิตของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ทั้งด้านความคิด อารมณ์ พฤติกรรม การเรียน และการดำเนินชีวิต โดยผลกระทบอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงเวลาของเหตุการณ์ แต่สามารถส่งผลต่อเนื่องได้ ดังนั้น การสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ครูควรเฝ้าระวัง ติดตาม และให้การดูแลอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่มุ่งให้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง พร้อมเน้นย้ำ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การดูแลสุขภาพจิตนักเรียนเป็นภารกิจร่วมกันของทุกฝ่าย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นระบบ การสร้างสภาพแวดล้อมและ “ห้องเรียนใจดี” ที่ปลอดภัยทางใจ และการส่งเสริมให้ครูร่วมสังเกต รับฟัง ให้การปรึกษา ประเมินความเสี่ยง และประสานส่งต่อนักเรียนอย่างเหมาะสม “การประชุมครั้งนี้ จึงถือเป็นเวทีถ่ายทอดความรู้และความเข้าใจ เพื่อยกระดับงานแนะแนวและการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน พร้อมส่งต่อความห่วงใยและพลังใจจาก สพฐ. ไปยังผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทุกคน ตลอดจนร่วมกันพัฒนาห้องเรียนใจดีและสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่แห่งความไว้วางใจ ความเข้าใจ และความปลอดภัยสำหรับทุกคน” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว
         ทั้งนี้ นักเรียน ผู้ปกครอง และครู สามารถเข้าถึงบริการและประเมินสุขภาพจิตผ่าน Mental Health Check-in แพลตฟอร์มต่อ-เติม-ใจและสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสามารถศึกษาข้อมูลและความรู้ด้านสุขภาพจิตเพิ่มเติมได้ที่ www.สุขภาพจิต.com ********************
21 สิงหาคม 2569

Ribbon